ThaiArcheep.com

“กาแฟ” พืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตไกล ที่มีผลผลิตมากเป็นอันดับต้นๆของกลุ่มอาเซียน

มองไปรอบตัวทุกวันนี้เห็นมีคนดื่มกาแฟกันทั่ว มีร้านขายกาแฟ มีรถขายกาแฟ ในห้างร้านต่างๆ ก็มีกาแฟขาย คนขับรถเดินทางไกล บอกว่าพึ่งกาแฟแก้ง่วง นักเรียน นักศึกษาอ่านหนังสือ มีกิจกรรมเล่นเกม จนดึกก็พึ่งกาแฟ จริงหรือเปล่าไม่รู้ว่า เหล้าทำให้นอนหลับ กาแฟทำให้ตื่น ทุกครั้งเลยที่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟสำหรับคนเป็นโรคเบาหวานด้วย แต่เราก็เป็นแค่คนส่วนน้อยที่ต้องหลีกเลี่ยง คนส่วนใหญ่เขาดื่มกาแฟกันเป็นประจำ เข้าที่ทำงาน เห็นถือคนละถ้วย คนละแก้ว ดูเหมือนว่า คนที่รู้จัก คุ้นหน้าจะเป็นคนที่ดื่มกาแฟกันกว่า 90% คงไม่ผิดอะไรที่กาแฟจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตไกล
กาแฟที่มีปลูกกันในประเทศไทยและในอาเซียนได้แก่ พันธุ์โรบัสต้า และพันธุ์อาราบิก้า ผลผลิตกาแฟของโลก มีประมาณ 8 ล้านตัน เป็นกาแฟอาราบิก้า 62% พันธุ์โรบัสต้า 38% ของประเทศไทยมีผลผลิตคิดเป็น 0.52% ของโลก บ้านเรามีพื้นที่ปลูกกาแฟกว่า 300,000 ไร่ ให้ผลผลิต 41,000 ตัน เป็นกาแฟโรบัสต้า 35,000 ตัน และ อาราบิก้า 6,000 ตัน ความต้องการบริโภคภายในประมาณ 67,000 ตันก็คือผลิตได้ไม่พอกับความต้องการใช้ บางส่วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ กาแฟอาราบิก้ามีปลูกมากที่จังหวัดเชียงราย เป็นกาแฟพื้นที่สูงมีร้านขายกาแฟสดทั่วไปหอมอร่อยส่วนกาแฟโรบัสต้า มีอยู่พื้นที่ล่าง ที่อุตรดิตถ์ก็มีเยอะแถบในสวนทุเรียน ลางสาด ใช่กาแฟโรบัสต้าทั้งนั้น มีมากที่จังหวัดภาคใต้ ระนอง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ในระยะนี้กาแฟพันธุ์โรบัสต้าถูกตัดโค่นทำลายทิ้งไปเยอะ มียางพาราเข้าไปแทนที่หมด แต่กาแฟอาราบิก้าเพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มได้ไม่มากเพราะมีข้อจำกัด เรื่องพื้นที่ที่เหมาะสมจะปลูกได้และทางเหนือเชียงราย น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน มีพืชอื่นที่ดีกว่ากาแฟปลูกอยู่หลายชนิดการขยายพื้นที่ปลูกจึงทำได้น้อย
ถ้าเราจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟมากยิ่งขึ้น เราควรพิจารณาเรื่องสภาพพื้นที่ปลูกก่อนสมมุติว่าจะส่งเสริมพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ต้องดูว่าพื้นที่ไหนเหมาะสม ปลูกแล้วจะให้ผลผลิตดีคุ้มค่าโดยดูว่าพื้นที่นั้นปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีอยู่แล้วมีหรือไม่ กาแฟเป็นพืชยืนต้นประเภทไม้พุ่มอายุยืนหลายปีเก็บเมล็ดเป็นผลผลิตคือเก็บลูกกาแฟนำมาตากแห้ง คั่ว บด จนเป็นกาแฟที่ชงดื่ม หรือเป็นเมล็ดกาแฟที่ส่งไปแปรรูปเป็นกาแฟยี่ห้อต่างๆ เรื่องพันธุ์กาแฟทั้งอาราบิก้า และโรบัสต้า มีข้อจำกัดเกี่ยวพันกับสถานที่ปลูก อาราบิก้าเป็นกาแฟเมืองหนาวปลูกในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 700 เมตร ขึ้นไป มีอุณหภูมิระหว่าง 15-25 องศาเซลเซียส มีความชื้นสัมพันธ์มากกว่า 60% มีปริมาณฝนไม่ต่ำกว่า 1500 มิลลิเมตรต่อปี มีฝนกระจาย 5 – 8 เดือน พันธุ์แนะนำคือ อาราบิก้าเชียงใหม่ 80 สายพันธุ์คาดิมอร์ CIFC7963 มีแหล่งพันธุ์ดีที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ศูนย์บริการวิชาการเชียงราย (ดอยวาวี) ศูนย์พืชสวนเพชรบูรณ์ ศูนย์พืชสวนดอยมูเซอ จังหวัดตาก ถ้าจะปลูกพันธุ์นี้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ดูเหมือนจะไม่ได้เลย เพราะอุตรดิตถ์ความเย็นไม่พอ อาราบิก้าไม่ให้ผลผลิต ส่วนโรบัสต้านั้นสบายมาก มีที่ลับแลและอำเภอเมือง เยอะอยู่สามารถขยายไปได้ในอีกหลายพื้นที่ มากพื้นที่ด้วย ก็ให้สังเกตว่าที่ไหนปลูกทุเรียน ลางสาด ลองกองได้ กาแฟก็ปลูกได้
ในอีกไม่นานนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลผลิตกาแฟจะทะลักแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกันได้ทั่ว ที่จริงแล้วกาแฟได้มีบทบาทในเวทีตลาดการค้าเสรี อาเซี่ยนมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว ผลผลิตมีมากระดับอาเซียนคือประเทศเวียดนาม อันดับ 1 อินโดนีเซีย อันดับ 2 ไทย อันดับ 3 ลาว อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ อันดับ 5 ผลผลิตรวม 1.9 ล้านตัน คิดเป็น 23% ของโลก ไทยเรา 0.52% ของโลกจะขยายอย่างไรให้ได้สัก 1% ก็จะดี ที่อุตรดิตถ์เคยคิดจะขยายส่งเสริมให้ปลูกกันเมื่อหลายปีก่อน แต่เนื่องจากเป็นการวางแผนที่ผิดพลาดของ CEO ต้องโยนผิดนี้ให้ท่านก็แล้วกัน ไปเชื่อหลักการที่ไหนไม่รู้ ไม่เชื่อหลักเกษตรศาสตร์ บวกกับหลักเศรษฐ- ศาสตร์ ก็เลยต้องบอกว่าล้มเหลว 100 % ไม่ต้องโทษใครหรอก โทษดินฟ้าอากาศอุตรดิตถ์ที่ไม่เป็นใจให้กาแฟอาราบิก้าเจริญพันธุ์ก็แล้วกัน.

ที่มา:thainews70.com
  • TAGS