ThaiArcheep.com

นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นไส้แห้งจริงหรือ! มาดูรายได้ของนักเขียนการ์ตูนกัน

นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นไส้แห้งจริงหรือ!? มาดูรายได้ของนักเขียนการ์ตูนกันหลายๆคนอาจจะทราบดีว่านักเขียนการ์ตูนที่มีรายได้สูงสุดของญี่ปุ่นก็คืออาจารย์ โอดะ เออิจิโร่ (尾田栄一郎) ผู้เขียนเรื่อง “ONE PIECE” ที่ปัจจุบันมียอดขายหนังสือการ์ตูนที่ญี่ปุ่นมากกว่า 3 ร้อยล้านเล่ม ทำเงินได้กว่า 128,000 ล้านเยน(ประมาณ 38,400 ล้านบาท) อาจเทียบได้ว่าประชากรคนญี่ปุ่นมีหนังสือการ์ตูนเรื่อง “ONE PIECE” เฉลี่ยคนละ 2.56 เล่มเลยทีเดียว

untitled-1

นั่นอาจจะเป็นรายได้ของนักเขียนการ์ตูนระดับท็อปของวงการ แล้วจริงๆอาชีพนักเขียนการ์ตูนเนี่ยเขาได้รายได้กันยังไงกันนะหรือ? เรามีคำตอบให้ค่ะ

รายได้ของนักเขียนการ์ตูนนั้นในขั้นต้นจะมาจากค่าต้นฉบับที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารค่ะ โดยแต่ละสำนักพิมพ์ก็จะมีมาตรฐานที่ต่างกันไป แต่โดยเฉลี่ยแล้ว นักเขียนหน้าใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 8000 เยนต่อหน้า(ประมาณ 2,400 บาทต่อหน้า) สมมุติว่าในหนึ่งเดือนเขียนได้ 20 หน้า ก็จะได้รายได้ 20×8000=320,000 เยนต่อเดือน(ประมาณ 96,000 บาทต่อเดือน) (เงินเดือนขั้นต้นของพนักงานออฟฟิศทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 200,000 เยน หรือประมาณ 60,000 บาท) แต่ถ้าหักค่าจ้างผู้ช่วย ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆในชีวิตประจำวันไปแล้วก็คงเหลือไม่มาก แถมอาจจะติดตัวแดงเสียด้วยซ้ำ จะเรียกได้ว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูนเป็น “อาชีพที่ไส้แห้ง” ก็อาจจะไม่ผิด…แต่ช้าก่อนค่ะ! รายได้ของนักเขียนการ์ตูนไม่ได้อยู่ที่ค่าต้นฉบับแต่อยู่ที่ “เงินค่าลิขสิทธิ์ของฉบับรวมเล่ม” ค่ะ

หนังสือการ์ตูน 1 เล่ม นักเขียนจะได้เงินค่าลิขสิทธิ์ 10% ของราคาหนังสือ ถ้าหนังสือราคา 420เยน(ประมาณ 126 บาท) ก็จะได้ 42 เยนต่อเล่ม(ประมาณ 12.6 บาทต่อเล่ม)

แล้วถ้าตีพิมพ์ออกมาแต่ขายไม่ออกล่ะ?
ในกรณีนั้นนักเขียนก็จะได้เงินค่าลิขสิทธิ์อยู่ดีเพราะเขาคิดเงินกันที่ “จำนวนที่พิมพ์ออกมา” ไม่ใช่ยอดขายจริงค่ะ

aa
คิดตาม “จำนวนที่พิมพ์ออกมา”

หมายความว่าถ้าหนังสือพิมพ์ออกมาได้ 1ล้านเล่ม ก็จะได้ 42ล้านเยน หรือราว 12ล้านบาท
หากได้ทำเป็นอนิเมะ ภาพยนตร์ หรือมีสินค้าของเล่น การ์ดเกม ฯลฯ ออกมา แน่นอนว่าก็จะได้ค่าลิขสิทธิ์เช่นกันค่ะ

เรียกได้ว่าถ้าในชีวิตนักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นสามารถสร้างผลงานฮิตออกมาได้1เรื่องก็จะสามารถอยู่อย่างอู้ฟู่โดยที่ไม่ต้องทำงานอะไรเลยทั้งชาติก็ยังได้ค่ะ

แต่การจะไปถึงจุดนั้น ไม่ว่าจะกับสายอาชีพไหนๆ ก็ต้องใช้ทั้งทักษะ ความพยายาม พรสวรรค์ พรแสวง หรือแม้กระทั่งโชค เราเลยมักจะได้ยินคำว่า “ศิลปินไส้แห้ง” กันอยู่บ่อยๆ เพราะงานของศิลปินนั้นไม่อาจวัดกันเป็นค่าเงินที่แน่นอนได้ อยู่ที่ว่าจะมีผู้คนเห็นค่าของผลงานชิ้นนั้นมากแค่ไหนค่ะ ชอบก็กดแชร์วนไปครับบายๆๆๆ

ที่มา : anngle