ThaiArcheep.com

5 เคล็ดลับ ทำงานไม่ประจำอย่างไร ให้รุ่ง

หลายคนคงเบื่อหน่ายกับงานออฟฟิศที่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานทุกวัน เลิกงานมืดค่ำ พอจะปลีกตัวหาวันลาพักร้อนสัก 1-2 วันก็ยากเย็นแสนเข็ญมิหนำซ้ำยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมงานจอมป่วน และปัญหาอีกสารพัดในที่ทำงาน ด้วยเหตุนี้ บางคนจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และก้าวเข้าสู่การทำงานฟรีแลนซ์นอกจากนี้ในปัจจุบันตลาดงานอิ่มตัวมากขึ้นทำให้ผู้คนเสาะแสวงหาช่องทางใหม่ในการหารายได้ และงานฟรีแลนซ์ก็เป็นอีกหนึ่งในช่องทางที่ได้รับความนิยม เนื่องจากความยืดหยุ่นของลักษณะงานที่เข้ากับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่

untitled-1

โรเบิร์ตกูเธร์กล่าวว่า “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ที่ทำงานอิสระเพิ่มมากขึ้นถึง 53 ล้านคน ซึ่งส่งผลให้อาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย งานฝีมือ และงานประจำลดน้อยลงอย่างมาก”

งานฟรีแลนซ์มีข้อดีมากมาย เช่น คุณสามารถทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาและสถานที่ในการทำงาน คุณสามารถตัดสินในสิ่งต่างๆได้เองโดยไม่ต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ

คุณจะพักผ่อนเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่คุณต้องการ พูดง่ายๆก็คือ คุณจะได้เป็นเจ้านายของตัวเองในทุกๆเรื่อง อย่างไรก็ตาม การทำงานฟรีแลนซ์ไม่ได้ง่ายและสบายอย่างที่คุณคิด เพราะรายได้ของงานไม่มั่นคง

คุณต้องบริหารจัดการทุกอย่างเองรวมทั้งรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว จึงไม่น่าแปลกใจว่าหลายคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ต้องล้มเลิกอาชีพนี้ไปในที่สุด

เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังทำงานฟรีแลนซ์และผู้ที่คิดจะเริ่มต้นอาชีพนี้ บทความนี้แนะนำเคล็ดลับ 5 ข้อที่ควรรู้เพื่อให้การทำงานฟรีแลนซ์ประสบความสำเร็จ

1) รู้จักจุดเด่นของตัวเอง และพุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย
ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นอาชีพฟรีแลนซ์ คุณต้องหาตัวเองให้เจอก่อนว่าจริงๆแล้วตัวคุณชอบทำอะไร ถนัดหรือเก่งอะไร คุณควรจดความสามารถนั้นๆออกมา

เพื่อให้คุณมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น คุณเป็นคนชอบเจรจา ชอบทำงานฝีมือ ชอบท่องเที่ยว ชอบเขียนหนังสือ เป็นต้น เมื่อคุณทราบแล้วว่าสิ่งใดคือจุดเด่นของคุณ

ขั้นตอนถัดไปก็คือ การคิดหาวิธีการนำเสนอและเฟ้นหาลูกค้าตัวจริงของคุณซึ่งพวกเขาต้องเป็นคนที่ใช่ และเหมาะสมกับความสามารถและทักษะที่คุณมี

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณชอบพูดคุยเจรจา คุณก็ควรทำงานฟรีแลนซ์ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารหรือพบปะผู้คน

ทั้งนี้ การไม่รู้ว่าตนเองมีความสามารถ ทักษะ หรือข้อดีอย่างไรจะทำให้คุณเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

นอกจากนี้ การนำเสนอความคิด สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตรงตามกลุ่มเป้าหมายก็ทำให้คุณหลงทาง และไม่พบกับจุดหมายที่ต้องการเช่นกัน

2) ใฝ่รู้ และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่เสมอ
หากคุณคิดว่างานฟรีแลนซ์เป็นงานสบาย ไม่ต้องมีใครมาคอยชี้นิ้วสั่งให้ทำนู่นทำนี่ แสดงว่าคุณกำลังมองเหรียญเพียงด้านเดียว เพราะงานฟรีแลนซ์มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด คุณต้องเก่งและแกร่งพอที่จะยืนหยัดอยู่กับมัน

กล่าวคือ เมื่อคุณค้นหาจุดเด่นของตนเองรวมทั้งลูกค้าของคุณเจอแล้ว คุณต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนงานให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า

อีกทั้ง สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คุณไม่สามารถนั่งทำงานในแบบเดิมๆหรือย่ำอยู่กับที่ได้ เพราะหากคุณหยุดนิ่ง ฟรีแลนซ์คนอื่นๆจะก้าวนำหน้าคุณทันที

ยกตัวอย่างเช่น คนที่ทำงานฟรีแลนซ์เกี่ยวกับงานด้านวิชาการ ต้องค้นหาข้อมูลที่ทันสมัย อัพเดตต่อสถานการณ์ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังต้องแสวงหาแหล่งข้อมูลใหม่ๆ ทั้งในหนังสือ อินเตอร์เน็ต การทำวิจัย และการสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น

3) รู้ในสิ่งที่คุณควรจะได้
หากคุณใช้ความสามารถของตนเองในการทำงานฟรีแลนซ์ คุณก็ควรจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า และมันจะดียิ่งขึ้น หากคุณรู้ว่าจะเพิ่มมูลค่าของความสามารถของคุณอย่างไรบ้าง

สมมุติว่าคุณทำงานฟรีแลนซ์เกี่ยวกับการเขียนและการพิสูจน์อักษร คุณก็ควรเช็คอัตราค่าจ้างว่าราคาตลาดเป็นอย่างไรบ้าง

นักเขียนท่านอื่นๆได้รับค่าแรงเท่าไหร่ และผลตอบแทนที่คุณได้รับมากหรือน้อยไปหรือไม่ เพื่อที่คุณจะได้ปรับปรุงและพัฒนางานของคุณให้ดียิ่งๆขึ้นไป

สำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์ การสืบหาราคากลางของตลาดเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณเสนอราคาที่เป็นธรรมแก่ลูกค้าแล้ว ยังช่วยให้คุณไม่ถูกหลอก หรือโดนโกงค่าแรงอีกด้วย

เพราะคุณต้องใช้แรงกาย แรงใจ ความสามารถ เวลา และทรัพยากรต่างๆเป็นจำนวนมากกว่าที่งานแต่ละชิ้นจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น เพื่อไม่ให้ความทุ่มเทนั้นสูญเปล่า

คุณควรเช็คราคาตลาดให้ดี อย่าประเมินความสามารถของตนเองต่ำหรือสูงจนเกินไป เพราะหากคุณได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถแล้ว คุณจะสามารถใช้อาชีพนี้หาเลี้ยงตัวเองได้อย่างมั่นคง

4) แบ่งเวลาระหว่างงานหลักและงานอดิเรกอย่างเหมาะสม
การช่วยเหลืองานการกุศล หรือการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์เป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้คุณรู้จักการให้ การเสียสละ และเป็นการปลูกฝังความดีงามในตัวคุณ กล่าวคือ หากคุณได้รับเชิญให้ไปช่วยงานการกุศลต่างๆ

คุณก็สามารถเข้าร่วมได้ แต่คุณต้องรู้จักความพอดี จงแบ่งเวลาให้กับงานหลักนั่นก็คืองานฟรีแลนซ์ด้วย เพราะคุณต้องใช้เงินในการดำรงชีวิต และส่วนใหญ่งานการกุศลเหล่านี้คุณไม่ได้รับเงินค่าจ้าง

สิ่งที่คนทำฟรีแลนซ์ต้องท่องจำให้ขึ้นใจก็คือ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ เวลา เครื่องมือ และทรัพยากรต่างๆที่ใช้ทำงานเป็นสิ่งมีค่า ดังนั้น คุณก็ควรได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรหักโหมทำงานอย่างบ้าคลั่ง คุณควรจัดตารางชีวิตของตนเองให้เหมาะสมคือ ทำทั้งงานหลัก และงานอดิเรกอย่างลงตัว

5) รู้จักข้อจำกัดของตนเอง กำหนดขอบเขตการรับงานให้เหมาะสม
ผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์มักมีตารางเวลาสวนทางกับคนทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่คุณกำลังเล่นโยคะที่บ้าน เพื่อนของคุณกำลังท่องเที่ยวในต่างจังหวัด

หรือในขณะที่คุณกำลังนั่งปั่นงานต้นฉบับอยู่ คนในครอบครัวของคุณได้นอนหลับไปนานแล้ว ชีวิตของคนทำงานฟรีแลนซ์มักมีงานเร่งด่วนเข้ามาตลอดเวลา

แต่หากคุณไม่รู้จักการบริหารจัดการที่ดีจะทำให้ชีวิตคุณยุ่งเหยิง และสับสนไปหมด คุณจะกินในขณะที่คนอื่นนอน คุณจะนอนในขณะที่คนอื่นทำงาน หรือคุณจะมีตารางที่ผิดแปลกจากมนุษย์ทั่วไปนั่นเอง

ข้อแนะนำคือ คุณควรรู้จักข้อจำกัดของตนเอง กำหนดขอบเขตการรับงานให้เหมาะสม ไม่โลภมากรับงานจนเกินกำลังความสามารถ

เพราะหากคุณคิดแต่จะหาเงินเยอะๆ โดยไม่พักผ่อน หรือพบปะสังสรรค์กับเพื่อนหรือคนในครอบครัวบ้าง สุดท้ายคุณจะพบว่าสิ่งดีๆในชีวิตขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย

ที่มา : learninghubthailand